EV CHARGER
ติดตั้ง EV Charger ในคอนโดและอาคาร ต้องเตรียมอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน
ลูกบ้านเริ่มถามหาที่ชาร์จ กรรมการนิติอยากติดตั้งแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน บทความนี้เรียงลำดับให้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง อะไรคือจุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด และควรถามผู้รับเหมาว่าอะไรบ้างก่อนเซ็น
ในบทความนี้
สรุปสั้น
จำนวนหัวชาร์จที่ติดตั้งได้ถูกกำหนดด้วยกำลังไฟที่อาคารเหลืออยู่ ไม่ใช่จำนวนที่จอด จึงต้องสำรวจไฟก่อนตัดสินใจทุกอย่าง
คอนโดและที่พักอาศัยที่รถจอดค้างคืนควรใช้หัวชาร์จแบบ AC ส่วน DC เหมาะกับจุดที่คนแวะสั้น ๆ อย่างห้างหรือโรงแรม
ถ้าไฟไม่พอ ไม่จำเป็นต้องขยายมิเตอร์เสมอไป ระบบจัดการโหลดและการตั้งเวลาชาร์จช่วยได้ในหลายกรณี
ควรมีระบบเก็บเงินตั้งแต่วันแรก ไม่งั้นค่าไฟจะไปรวมในค่าส่วนกลาง กลายเป็นว่าลูกบ้านที่ไม่มีรถไฟฟ้าต้องช่วยจ่าย
เริ่มจากสำรวจไฟ ไม่ใช่เริ่มจากนับที่จอด
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือ การเริ่มจากคำถามว่า “อาคารเรามีที่จอดกี่คัน จะติดกี่หัวดี” ทั้งที่ตัวกำหนดจำนวนหัวชาร์จจริง ๆ คือ กำลังไฟที่อาคารเหลืออยู่ ไม่ใช่พื้นที่จอด
อาคารทุกหลังมีโหลดไฟที่ใช้อยู่แล้ว ทั้งลิฟต์ ปั๊มน้ำ ไฟส่วนกลาง และแอร์ ที่ชาร์จรถเป็นโหลดใหม่ที่กินไฟค่อนข้างมากและมักใช้พร้อมกันหลายคันในช่วงเย็นถึงกลางคืน ถ้าติดตั้งโดยไม่คำนวณ ผลที่ตามมาคือเบรกเกอร์ตัดในช่วงที่คนใช้ไฟเยอะที่สุด ซึ่งกระทบทั้งตึก ไม่ใช่แค่คนชาร์จรถ
สิ่งที่การสำรวจหน้างานต้องได้คำตอบ
- ขนาดหม้อแปลงและมิเตอร์ปัจจุบัน กับโหลดที่ใช้จริงในช่วงพีค
- กำลังไฟที่เหลือให้ใช้ได้จริงหลังหักโหลดเดิม
- ระยะจากตู้ไฟถึงจุดจอด ซึ่งมีผลกับค่าเดินสายและแรงดันตก
- สภาพตู้ไฟและระบบป้องกันว่ารองรับการเพิ่มวงจรได้หรือไม่
จุดที่คนพลาดบ่อย: รับข้อเสนอจำนวนหัวชาร์จจากผู้ขายก่อนมีผลสำรวจไฟ พอถึงหน้างานจริงจึงพบว่าไฟไม่พอ ต้องแก้แบบกลางทาง งานบานปลายทั้งเวลาและงบ
AC หรือ DC เลือกจากพฤติกรรมคนใช้
ที่ชาร์จมีสองแบบหลัก และเลือกผิดแบบคือจ่ายเงินเกินความจำเป็นหรือได้ของที่ไม่ตอบโจทย์
AC — เหมาะกับที่จอดค้างคืน
กำลังไฟต่ำกว่า ใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง แต่ราคาอุปกรณ์และภาระไฟต่ำกว่ามาก เหมาะกับคอนโดและที่พักอาศัยซึ่งรถจอดยาวข้ามคืนอยู่แล้ว ชาร์จช้าไม่ใช่ปัญหาเพราะไม่มีใครรอ
DC — เหมาะกับที่จอดระยะสั้น
ชาร์จเร็วกว่ามาก แต่อุปกรณ์แพงกว่าและกินไฟหนักกว่าหลายเท่า เหมาะกับห้าง โรงแรม ปั๊ม หรือจุดที่คนแวะไม่นาน ถ้าเอา DC ไปติดในคอนโดที่รถจอดค้างคืน เท่ากับจ่ายค่าความเร็วที่ไม่มีใครได้ใช้
หลายอาคารจบที่การผสม คือ AC เป็นหลักสำหรับลูกบ้าน แล้วเติม DC หนึ่งถึงสองหัวไว้ที่จุดผู้มาติดต่อหรือส่วนที่เปิดให้คนนอกใช้
ถ้าไฟไม่พอ มีทางออกมากกว่าขยายมิเตอร์
เมื่อผลสำรวจออกมาว่าไฟไม่พอ ทางเลือกแรกที่คนนึกถึงคือขอขยายมิเตอร์กับการไฟฟ้า ซึ่งทำได้และบางกรณีก็จำเป็น แต่มีค่าใช้จ่ายและใช้เวลา ควรพิจารณาทางอื่นควบคู่
- ระบบจัดการโหลด ให้ระบบเฉลี่ยกำลังไฟระหว่างหัวชาร์จอัตโนมัติ เมื่อมีรถเสียบพร้อมกันหลายคัน แต่ละหัวจะลดกำลังลงเองเพื่อไม่ให้เกินที่อาคารรับไหว ทุกคันยังได้ชาร์จ เพียงช้าลงในช่วงที่คนใช้เยอะ
- ตั้งเวลาชาร์จ เลื่อนการชาร์จไปช่วงที่อาคารใช้ไฟน้อย ซึ่งช่วยได้ทั้งเรื่องโหลดและค่าไฟ ถ้ามิเตอร์เป็นแบบคิดตามช่วงเวลา
- ทยอยติดตั้ง เริ่มจากจำนวนหัวที่ไฟปัจจุบันรับไหว แล้วค่อยขยายเมื่อความต้องการชัดขึ้น ดีกว่าลงทุนเผื่อไว้แล้วไม่มีคนใช้
เงื่อนไขและขั้นตอนขอไฟต่างกันตามพื้นที่และผู้ให้บริการ ทั้งการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จึงควรให้ทีมที่เคยประสานงานจริงเป็นคนจัดเตรียมเอกสารให้
เก็บเงินยังไงให้ไม่กลายเป็นภาระนิติ
ถ้าไม่มีระบบเก็บเงิน ค่าไฟจากที่ชาร์จจะไปรวมอยู่ในค่าส่วนกลาง กลายเป็นว่าลูกบ้านที่ไม่มีรถไฟฟ้าต้องช่วยจ่ายให้คนที่มี ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้งในที่ประชุมนิติแทบทุกแห่ง
ระบบบริหารสถานีที่ดีควรทำให้ได้อย่างน้อยเท่านี้
- ผู้ใช้สแกนเริ่มชาร์จและจ่ายเงินเองผ่านแอป ไม่ต้องมีคนกลางมาเก็บ
- ตั้งราคาได้เอง และตั้งแยกระหว่างลูกบ้านกับคนนอกได้
- เห็นรายงานว่าแต่ละหัวใช้ไฟไปเท่าไหร่ เก็บเงินได้เท่าไหร่
- แบ่งรายได้ตามข้อตกลงได้ ถ้ามีผู้ร่วมลงทุน
ข้อที่ควรถามก่อนเซ็น: ระบบรองรับมาตรฐาน OCPP หรือไม่
OCPP เป็นมาตรฐานกลางที่ทำให้ระบบบริหารคุยกับหัวชาร์จต่างยี่ห้อได้ ถ้าระบบที่ได้มาผูกกับยี่ห้อเดียว วันที่อยากเปลี่ยนหรือเพิ่มหัวชาร์จยี่ห้ออื่นจะทำไม่ได้ หรือต้องรื้อระบบใหม่ทั้งชุด
หลังติดตั้งแล้วใครดูแล
หัวชาร์จที่ออฟไลน์คือหัวชาร์จที่ไม่มีรายได้ และส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามันเสียจนกว่าจะมีคนมาบ่น ซึ่งอาจผ่านไปหลายวันแล้ว
ก่อนจบงานติดตั้ง ควรตกลงให้ชัดว่าใครรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้
- เฝ้าสถานะหัวชาร์จ และแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อหลุดออฟไลน์
- ระยะเวลาเข้าซ่อมเมื่อแจ้งปัญหา
- การตรวจตามรอบ ทั้งตัวเครื่องและระบบไฟ
- เงื่อนไขการรับประกันอุปกรณ์ และใครเป็นคนเคลม
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ใช้จริง
ถ้าไฟที่มีอยู่เพียงพอและไม่ต้องขอขยายมิเตอร์ งานส่วนสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบ มักจบได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ตัวแปรที่ทำให้ยืดออกไปคือ
- ต้องขอขยายมิเตอร์หรือปรับปรุงระบบไฟหลัก ซึ่งขึ้นกับคิวและขั้นตอนของการไฟฟ้าในพื้นที่
- รอมติที่ประชุมนิติบุคคล ซึ่งบางแห่งประชุมปีละไม่กี่ครั้ง
- ระยะเดินสายไกลหรือต้องเจาะผนังโครงสร้าง ทำให้งานติดตั้งนานขึ้น
คำแนะนำคือเริ่มสำรวจไฟให้เร็วที่สุด เพราะผลสำรวจคือข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจทุกอย่างต่อจากนั้น รวมถึงใช้เสนอที่ประชุมได้ด้วย
เช็กลิสต์ก่อนคุยกับผู้รับเหมา
- ขอผลสำรวจไฟเป็นเอกสาร ไม่ใช่แค่บอกปากเปล่าว่าติดได้กี่หัว
- ถามว่าจำนวนหัวที่เสนอมาคำนวณจากกำลังไฟเหลือเท่าไหร่
- ถามว่ามีระบบจัดการโหลดไหม ถ้ามีรถเสียบพร้อมกันทุกหัวจะเกิดอะไรขึ้น
- ถามว่าระบบบริหารรองรับ OCPP ไหม และถ้าเลิกใช้บริการ ข้อมูลกับหัวชาร์จยังใช้ต่อได้หรือไม่
- ถามว่าใครเป็นผู้ติดตั้ง มีใบอนุญาตหรือไม่ และส่งมอบเอกสารทดสอบอะไรให้บ้าง
- ตกลงเรื่องการดูแลหลังติดตั้งให้จบตั้งแต่ก่อนเซ็น อย่าปล่อยไว้คุยทีหลัง
คำถามที่เจอบ่อย
ติดตั้ง EV Charger ในคอนโดใช้เวลานานแค่ไหน+
ถ้าไฟที่มีอยู่เพียงพอและไม่ต้องขอขยายมิเตอร์ งานสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบมักจบได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ตัวแปรที่ทำให้นานขึ้นคือการขอขยายมิเตอร์ การรอมติที่ประชุมนิติบุคคล และระยะเดินสายที่ไกล
ต้องขออนุญาตใครบ้างก่อนติดตั้ง+
ขึ้นกับอาคารและพื้นที่ โดยทั่วไปต้องผ่านมติที่ประชุมนิติบุคคลหรือเจ้าของอาคาร และถ้าต้องขอไฟเพิ่มจะต้องประสานกับการไฟฟ้าในเขตนั้น ซึ่งเงื่อนไขและเอกสารต่างกันตามพื้นที่
AC กับ DC ต่างกันอย่างไร+
AC ชาร์จช้ากว่าแต่ราคาอุปกรณ์และภาระไฟต่ำกว่ามาก เหมาะกับที่จอดค้างคืน ส่วน DC ชาร์จเร็วกว่าหลายเท่าแต่กินไฟหนักและอุปกรณ์แพงกว่า เหมาะกับจุดที่คนจอดไม่นาน
OCPP คืออะไร ทำไมต้องสนใจ+
OCPP เป็นมาตรฐานกลางที่ทำให้ระบบบริหารสถานีคุยกับหัวชาร์จต่างยี่ห้อได้ ถ้าระบบที่ได้มาผูกกับยี่ห้อเดียว วันที่อยากเพิ่มหรือเปลี่ยนหัวชาร์จยี่ห้ออื่นจะทำไม่ได้หรือต้องรื้อระบบใหม่
ให้เราช่วยดูโครงการของคุณ
เราเข้าไปสำรวจหน้างานและกำลังไฟจริง แล้วสรุปให้ว่าติดตั้งได้กี่หัว ต้องขอไฟเพิ่มไหม และควรเริ่มจากตรงไหน